วันพุธที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2556

เที่ยวจังหวัดโทตโทริ (Tottori)


เที่ยวจังหวัดโทตโทริ (Tottori)


โทตโทริ (Tottori) เป็น 1 ใน 5 จังหวัดที่ตั้งอยู่ริมทะเลญี่ปุ่น ทางตะวันออกเฉียงเหนือของภูมิภาคจูโกขุ (Chugoku) ในอดีตเคยเป็นสมรภูมิสงคราม และ เมืองปราสาทที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขตซันอินในยุคสมัยเอโดะ


ทิศเหนือ เป็นชายฝั่งทะเลที่ยาวจรดทางตะวันออกเหมาะกับการหาปลา ดำน้ำ ชมอาทิตย์อัสดงสวยงาม
ทิศตะวันออก ติดกับจังหวัดเฮียวโก (Hyogo) มีเมืองโทตโทริอยู่ใกล้ชายทะเล และ มีน้ำตกอะเมะดะคิ
ทิศตะวันตก ติดกับจังหวัดชิมะเนะ มีเมืองโยนะโกะเป็นศูนย์กลางริมทะเล มีภูเขาและบ่อน้ำแร่มากมาย
ทิศใต้ เป็นที่ราบสูง ติดกับจังหวัดโอคะยะมะ ที่บ่อน้ำพุร้อนหลายแห่ง

การเดินทาง จากสถานีโอซะกะโดยสารรถไฟด่วนขบวน Super Hakuto สาย Chizu Kyuko Line ใช้เวลา 2 ชั่วโมง 30 นาที ลงที่สถานี JR Tottori

แหล่งท่องเที่ยวถูกแบ่งออกเป็นเขต ดังต่อไปนี้คือ
เขตตะวันออก ในเมืองโทตโทริ ที่เคยเป็นเมืองปราสาท มีสวนพิพิธภัณฑ์ต่างๆ และเนินทรายสวย มี สวนคิวโช (Kyusho Park) ที่ล้อมรอบปราสาทโทตโทริ เป็น 1 ใน 100 แห่งที่มีชื่อด้านการชมดอกซะคุระบาน จากต้นกระทั่งกลางเดือนเมษายน และงานเทศกาลอื่นๆ ตลอดปี นอกจากนี้ยังมี พิพิธภัณฑ์ของเล่น (Warabekan Toy Museum) มีของเล่นญี่ปุ่นที่น่าสนใจให้ชมมากมาย และพิพิธภัณฑ์ปู (Kani Kaikan) มีปูหลายหลากสายพันธุ์ที่อาศัยอยู่แถบน่านน้ำในทะเลญี่ปุ่น

 (สวนคิวโช Kyusho Park) 
(ปราสาทโทตโทริ) 
พิพิธภัณฑ์ของเล่น (Warabekan Toy Museum)

บริเวณนอกเมืองมีเนินทรายธรรมชาติ (Sand Dunes) เป็นที่เกิดจากเถ้า ภูเขาไฟไดเซน (Mt.Daisen) ที่ตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำเซนได (Sendaigawa) ถูกลมจากทะเลพัดมารวมกองเป็นเวลานานนับแสนปี จนกลายเป็นเนินกว้างจากเหนือจรดใต้เป็นระยะทาง 2 ก.ม.และเป็นระยะทางยาวจากตะวันออกจรดตะวันตก 16 ก.ม. ถูกจัดเป็นเนินทรายสวยที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นในเขตอุทยานชายทะเลแห่งชาติซันอิน (San-in Kaigan National Park)

(เนินทรายธรรมชาติ Sand Dunes)

การเดินทาง ใช้รถบัสสีขาวแดง สาย Kirin Jishi จากหน้าสถานี Tottori ลงที่ป้าย Tottori Jo–ato ใช้เวลาเพียง 10 นาที ลงแวะเที่ยวสวนปราสาท แล้วขึ้นต่อไปลงที่ป้ายพิพิธภัณฑ์ Warabekan Museum ซึ่งเป็นป้ายถัดไป แล้วแวะชมพิพิธภัณฑ์ปู จากนั้นขึ้นต่อไปถึงสุดสายที่ป้ายเนินทราย (Sakyu Kaikan Bus Stop) แล้วขึ้นไปชมเนินทรายเป็นจุดหมายปลายทางท้ายสุด ตลอดเส้นทางจากต้นทาง ถึงปลายทางแล้วย้อนกลับไปที่ต้นทางที่หน้าสถานีโทตโทริ โดยใช้บัตรรถบัสคิรินหยิชิรายวัน จ่ายค่าโดยสารเพียง 600 เยน นับว่าคุ้มค่าที่สุด

นอกจากนี้ยังมีแหล่งน้ำแร่ธรรมชาติหลายแห่ง อาทิ Yoshioka Onsen อยู่ท่ามกลางขุนเขาที่สงบได้ถูกพบเมื่อพันกว่าปีก่อน
การเดินทาง ไปโดยรถประจำทางที่ออกจากหน้าสถานีโทตโทริ ใช้เวลา 25 นาที Hamamura Onsen ไม่ไกลจากสถานี JR Hamamaru บนสายรถไฟ JR San-in Honsen ถัดไป คือ Shikano Onsen ที่ตั้งอยู่ในเมืองปราสาทเก่า น้ำแร่ที่นี่มีคุณสมบัติด้านการบำบัดโรคได้


ทางเขตตอนกลาง ในเมืองปราสาทเก่าชื่อ คุระโยชิ (Kurayoshi Castle Town) ที่ยังคงเหลือร่องรอยแห่งประวัติศาสตร์การค้าเป็น อาคารร้านค้ากำแพงขาว (Shirakabe) ประกอบด้วย หลังคากระเบื้องแดง (Akagawara)จากยุคสมัยเอโดะสู่ยุคสมัยเมจิเรียงรายริมแม่น้ำทะมะคะวะ 
การเดินทาง ไปโดยรถบัสจากหน้าสถานี JR Kurayoshi ลงตามย่านร้านค้าเก่าทั้งสองย่าน 


นอกจากนี้ยังมี โรงงานผลิตตัวการ์ตูน Gosho Aoyama Manga Factory ที่น่าแวะชม
การเดินทาง ไปจากสถานี JR Yura บนสายรถไฟ JR San-in Honsen  ใช้เวลาเดิน 20 นาที

โรงงานผลิตตัวการ์ตูน Gosho Aoyama Manga Factory

ส่วนนอกเมืองยังมีแหล่งเที่ยวตามธรรมชาติ อาทิ ทะเลสาบโทโกะ (Togo Lake) ที่ถูกรายล้อมด้วยรีสอร์ทที่มีน้ำแร่ธรรมชาติ และสวนจีนที่งดงาม อีกทั้ง น้ำตกไดเซนดะคิ (Daisendaki Fall)

 ทะเลสาบโทโกะ (Togo Lake)
น้ำตกไดเซนดะคิ (Daisendaki Fall)

ที่สำคัญยังมีสถานที่ซึ่งเป็นสมบัติแห่งชาติที่เรียกว่า วิหารนางาอิเระโดะ (Nageiredo) หรือโถงส่วนในของวัดซันบุทสึจิ (Sanbutsuji) ซึ่งถูกสร้างอยู่ริมผาสูงจากพื้นราบกว่า 520 เมตร ที่ถูกสร้างมาแล้วกว่า 1,300 ปี เคยเป็นสถานที่ฝึกตนของเหล่าพระสงฆ์

วิหารนางาอิเระโดะ (Nageiredo)

เขตตะวันตกของจังหวัดนี้ มี เมืองโยนะโกะ (Yonago) เป็นประตูสู่อุทยานแห่งชาติภูเขาไดเซน (Mt.Daisen National Park) และคาบสมุทรยุมิกะฮะมะ (Yumigahama) ที่มีเมืองซะไกมินะโตะ (Sakaiminato City) ที่เป็นบ้านเกิดของนักเขียนการ์ตูนผี ชื่อนาย Mizuki Shigeru จึงได้มีการสร้างพิพิธภัณฑ์ Mizuki Shigeru Museum เพื่อจัดแสดงประวัติ ผลงาน ที่มีชื่อเสียงของเขา และบนทางเท้าของถนนชิเกรุ ยังมีหุ่นทองแดงรูปผีต่างๆ กว่า 120 ตัว ยืนเรียงราย ดูแล้วเพลิดตาดีไม่น่ากลัวแต่น่าถ่ายรูปยิ่งนัก

อุทยานแห่งชาติภูเขาไดเซน (Mt.Daisen National Park)
คาบสมุทรยุมิกะฮะมะ (Yumigahama)
พิพิธภัณฑ์ Mizuki Shigeru Museum 

ในเมืองนี้ยังมีแหล่งประวัติศาสตร์ ที่เป็นย่านอาคารร้านค้าบ้านกำแพงขาวเรียงราย ริมแม่น้ำคะโมะงะวะ (Kamogawa Shirakabe Storehouses) ที่เคยเป็นเมืองท่าค้าขายในยุคสมัยเอโดะ

ร้านค้าบ้านกำแพงขาวริมแม่น้ำคะโมะงะวะ

การเดินทาง ไปจากสถานี JR Yonago โดยรถบัสแดง Dan Dan Bus ลงที่ป้าย Tenjin-bashi แล้วเดินชมแหล่งประวัติศาสตร์การค้าย้อนยุคของเมืองโยนะโกะตามสบาย
เนื่องด้วยทำเลที่อยู่ริมอ่าวใกล้ทะเล จึงมี สวนสาธารณะมินะโตะยะมะ (Minatoyama Park) เป็นจุดชมดอกซะคุระที่ยอดนิยม เมื่อไต่ขึ้นเนินสูงขี้นไปอีก ยังมี ปราสาทโยนะโกะ (Yonago Castle) เป็นจุดที่สามารถเพลิดเพลินกับการชมทิวทัศน์ของภูเขาไฟไดเซน (Mt.Daisen) และทะเลใน (Nakanoumi) ได้ด้วย

สวนสาธารณะมินะโตะยะมะ และ ปราสาทโยนะโกะ

ส่วนนอกเมืองมีสวนดอกไม้ในโดมกลมขนาดใหญ่มีชื่อว่า Tottori Hanakairo Flower Park
การเดินทาง จากสถานี JR Yonago มีบริการรถรับส่งฟรี ใช้เวลาเดินทาง 30 นาที

สวนดอกไม้ Tottori Hanakairo Flower Park

นอกจากนี้ยังมีแหล่งน้ำแร่ธรรมชาติจากใต้ทะเล ซึ่งเป็นที่นิยมในเขตซันอิน อยู่ริมทะเลญี่ปุ่นชื่อ ไคเค (Kaike  Onsen) และวัดพุทธไดเซนหยิ (Daisenji Temple) ที่ตั้งอยู่ทางขึ้นเขา วัดนี้เคยเป็นศูนย์ฝึกพระตอนปลายสมัยเฮอัน (Hei-an) ถึงต้นสมัยมุโระมะจิ (Muromachi) ระหว่างศตวรรษที่14—15
การเดินทาง จากสถานี JR Yonago โดยรถบัสสีขาวแดง (Daisen LoopBus) ไปลงที่วัดไดเซนหยิ (Daisenji) ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ขากลับจะแวะแช่น้ำแร่ริมทะเล ที่ไคเคะออนเซน (Kaike Onsen) ก็ได้

วัดพุทธไดเซนหยิ

เกาะฮาชิมะ..เกาะเรือรบ


เกาะฮาชิมะ..เกาะเรือรบ


ประเทศญี่ปุ่นมีลักษณะทางภูมิศาสตร์เป็นเกาะที่แยกตัวออกมาจากแผ่นดินใหญ่  วางตัวตั้งแต่เหนือจรดใต้ด้วยความยาวกว่า 3,000 กิโลเมตร  ประกอบไปด้วยเกาะเล็กเกาะน้อยกว่า 6,800 เกาะ  ซึ่งถ้าสังเกตให้ดีก็จะมีรูปร่างหน้าตาคล้าย ม้าน้ำ”  ซึ่งมีส่วนหัวของม้าน้ำเป็นเกาะฮอกไกโด และส่วนลำตัวยาว ๆ เป็นเกาะฮอนชู   มีส่วนหางและครีบเป็นเกาะชิโกกุและเกาะคิวชู โดยชื่อเกาะที่กล่าวมาทั้ง 4 เกาะ ถือว่าเป็นเกาะหลักที่มีผู้คนอาศัยอยู่เยอะที่สุด  แต่จะมีใครเชื่อบ้างว่าญี่ปุ่นก็มีเกาะร้างที่ไม่มีผู้คนอาศัยอยู่เหมือนกันกว่า  500 เกาะ  และหนึ่งในนั้นก็มีเรื่องเล่าถึงความลี้ลับความน่ากลัวเกี่ยวกับอาถรรพ์  เหมือนต้องคำสาปแห่งท้องทะเลให้เป็นเกาะร้างมาจนถึงปัจจุบัน เกาะแห่งนั้นมีชื่อว่า “เกาะฮาชิมะ はしま”  


เกาะฮาชิมะ เป็นเกาะที่ตั้งอยู่นอกชายฝั่งห่างจากเมืองนางาซากิ ประมาณ 15 กิโลเมตร  สมัยที่เกาะฮาชิมะรุ่งเรืองมันถูกตั้งชื่อว่า Battleship Island หรือ เกาะเรือรบ เกาะแห่งนี้โดดเด่นในด้านอุตสาหกรรมถ่านหิน และจุดประสงค์ของการสร้างเกาะ ก็เพราะต้องการใช้แร่ถ่านธรรมชาติ เพื่อนำขึ้นใช้งานและส่งออก  ดังนั้นการทำแร่ถ่านหินจึงเกิดขึ้น แน่นอนว่าสิ่งสำคัญในการทำงานก็ต้องมีแรงงาน ผู้คนเริ่มเข้ามาอยู่ ตั้งถิ่นฐานอาศัยทำมาหากินเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งครอบครัวของคนงานจนเริ่มหนาแน่น  ต่อมาในปี 1890 บริษัท Mitsubishi เห็นแววว่าเกาะนี้น่าจะสร้างรายได้มหาศาล จึงตัดใจซื้อเกาะแห่งนี้มันซะเลย โดยมีโครงการว่าจะขุดถ่านหินจากทะเลขึ้นมา
ปี 1916 โครงสร้างคอนกรีตที่ใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ได้ถูกสร้างขึ้นที่เกาะฮาชิมะนี้ เพื่อช่วยปกป้องผู้ที่อยู่อาศัยจากพายุไต้ฝุ่นและคลื่นลมทะเล ในปี 1959 เกาะแห่งนี้ทำสถิติมีประชากรอาศัยอยู่ถึง 1,391 คน ต่อพื้นที่ 10,000 ตารางเมตร เป็นความหนาแน่นที่สุดเท่าที่เคยบันทึกไว้ในโลก  และเพื่อตอบสนองความต้องการของคนบนเกาะนี้  ได้มีการสร้างโรงเรียน โรงแรม โรงพยาบาล ร้านอาหาร รวมไปถึงบาร์และร้านเหล้าอยู่ภายในเกาะด้วย


เกาะฮาชิมะเป็นเกาะที่ต้องเผชิญกับความยากลำบากในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ด้วยเช่นกัน มีเยาวชนญี่ปุ่นจำนวนมากถูกเกณฑ์ไปสนามรบ และสิ่งหนึ่งที่น่าเศร้าคือ มีผู้คนจำนวนมากอดอยากปากแห้ง เนื่องจากสภาวะขาดอาหารจนเสียชีวิต บางคนก็มีอาการเจ็บป่วย เหนื่อยล้าเพราะถูกใช้งานจนหมดเรี่ยวแรง บางคนที่ทนไม่ไหวก็ลงโดดทะเลฆ่าตัวตายตัดปัญหาก็มี
เมื่อสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 มีการเปลี่ยนแปลงจุดประสงค์ของเกาะฮาชิมะใหม่ คือการนำถ่านหินของฮาชิมะหลอมเป็นเครื่องมือ และทำเป็นเชื้อเพลิงสำหรับเรือรบ และปืนใหญ่ เพื่อกู้คืนจากความรู้สึกที่อัปยศ และความพ่ายแพ้จากสงครามทำให้เป็นช่วงเวลาทองแห่งความมั่งคั่งและความเจริญเติบโต


แต่ช่างน่าเสียดาย เมื่อกาลเวลาเปลี่ยน อะไรหลายๆ อย่างมันก็เปลี่ยนไปเช่นกัน เกิดยุคที่ถ่านหินเริ่มล้าสมัย น้ำมันได้เข้ามามีอิทธิพลแทน ในปี 1960 ถ่านหินเลยถูกลืม คนหันมาใช้น้ำมันกันหมด  บริษัท Mitsubishi ก็โบกมือลาเกาะแห่งนี้ และได้ทำการปิดเกาะอย่างถาวร ผู้คนที่อาศัยอยู่ ณ เกาะแห่งนี้ก็ต้องอพยพไปหาที่แห่งใหม่ จากเกาะเรือรบที่มีผู้คนอาศัยอย่างหนาแน่น กลายเป็นเกาะร้างที่ไม่มีผู้มาอาศัยอย่างน่าใจหาย


นี่คือรูปถ่ายบนลานของโรงเรียนบนเกาะฮาชิมะ ซึ่งเหล่านักเรียนได้จัดแถวเป็นอักษรคำว่า “サヨナラ ハシマ” ซึ่งแปลว่า “ลาก่อน ฮาชิมะ” 

คลื่นน้ำทะเลยังคงซัดสาด แต่ชุมชนที่เคยมีชีวิตชีวา กลายสภาพเป็นที่ร้าง หญ้ารกสูง ซากตึกสูงสง่ามีสภาพผุกร่อน  และแตกร้าว สนามเทนนิสที่ไร้ตาข่ายกั้น ทุกพื้นที่กลายเป็นป่ารกน้อย ไปถึงขั้นรกสูง เสียงวู๊ดลมทะเลนั้น เหมือนกับเสียงร่ำไห้ของเกาะที่ต้องการจะบอกว่า ที่แห่งนี้มันเหงาเหลือเกิน กลิ่นชื้นเหม็นอับผสมกับกลิ่นเกลือทะเลยังคงพัดโชยมาตามสายลม ชักชวนคนลองดีมาสัมผัสกับบรรยากาศผีๆ ชาวประมงที่ได้แล่นเรือผ่านเกาะแห่งนี้ ได้แต่ขนลุกสยองเกล้าและตั้งฉายาอีกฉายาหนึ่งว่า Ghost Islands เกาะผี แต่เกาะผีนี้ก็มีชาวต่างชาติแวะมาเยี่ยมเยือน ถ่ายรูปเก็บภาพบรรยากาศที่ไม่ค่อยพบเห็นในชีวิตเท่าไรนัก ผู้ใดที่มาเยือนต่างกล่าวขานอย่างมั่นใจว่าที่แห่งนี้คงจะมีอะไรบางอย่างอยู่ด้วย จนไม่กล้าที่จะสัมผัสสิ่งของใดๆ บนเกาะเพราะกลัวว่า เจ้าของเค้าจะไม่พอใจ เพียงถ่ายรูปพร้อมกับขนแขนที่ลุก และโบกมือ บายๆ ลาก่อนเกาะผีเรือรบ แต่ไม่ว่ามันจะมีความน่ากลัวสักขนาดไหน ผู้คนก็ให้ความสนใจ และเข้าไปเยี่ยมชมอยู่เรื่อยๆ  


ปี 2003 เกาะฮาชิมะ ได้ถูกทำเป็นสถานที่ถ่ายภาพยนตร์เรื่อง Battle Royale (เกมนรก โรงเรียนพันธุ์โหด) ความน่ากลัวของเกาะฮาชิมะ และนักแสดงทีมงานก็โดนฮาชิมะเล่นงาน โดยกล่าวกันว่า อยู่ดีดีกล้องก็ถ่ายไม่ได้ หรือมีใครก็ไม่รู้ (ไม่ใช่ทีมงาน)  เดินผ่านกล้อง หรือไม่ก็ติดอยู่ในฉากมาด้วย และนักแสดงบางคนก็แสดงอาการคลุ้มคลั่งเหมือนว่าโดนอะไรบางอย่างเข้าสิง 


ส่วนวีดีโอนี้ เป็นวีดีโอหนึ่งที่คนญี่ปุ่นคนนี้ได้กลับมาที่เกาะฮาชิมะ เกาะที่เค้าเคยอาศัยอยู่ในสมัยที่ฮาชิมะรุ่งเรือง



วันอังคารที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2556

เที่ยวโอซาก้า : HACOSTADIUM OSAKA

เที่ยวโอซาก้า : HACOSTADIUM OSAKA



มีสถานที่สำหรับคนรักคอสเพลย์มาแนะนำให้รู้จักกัน สถานที่แห่งนี้เพิ่งเปิดตัวได้ไม่นาน เรียกได้ว่าเป็นสตูดิโอสำหรับคอสเพลเยอร์ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นในตอนนี้เลยก็ว่าได้ ที่แห่งนี้ชื่อว่า HACOSTADIUM (ハコスタジアム) ตั้งอยู่ที่โอซาก้า เป็นสตูดิโอที่มีขนาดใหญ่พอตัว ในพื้นที่ 1,200  ตร.กม.


สร้างขึ้นเพื่อเป็นฉากในการถ่ายรูปแนวคอสเพลย์โดยเฉพาะ มีสตูดิโอที่ตกแต่งเป็น ธีมต่างๆ ประมาณ 30 ฉาก ในพื้นที่ของชั้นที่ 3,4,5,6 และ 8 จ้า มาดูพื้นที่บางส่วนของสตูดิโอแห่งนี้กันดีกว่า


เริ่มจาก ชั้น 3 ธีมส่วนใหญ่จะออกแนวห้องมืดๆ แต่ได้รับความนิยมมากในส่วนนี้และก็ยังมีธีมห้องเรียนที่มีเกือบทุกเรื่องในการ์ตูนญี่ปุ่น 


ชั้น 4 มีธีมห้องหลายๆ สไตล์ให้ได้เลือกกัน ทั้งแนวญี่ปุ่น จีน ยุโรป โจรสลัด แม้แต่แนวฮาเล็มก็ยังมี น่าสนใจมากชั้นนี้


ชั้น 5 ออกแนวเป็นธีมสไตล์ยุโรป แนวโกธิค ซะส่วนใหญ่ หรูหรา คุณหนูมาก ฉากที่ได้รับความนิยมคือฉากเก้าอี้เดี่ยวที่ทำให้คอสเพลเยอร์ดึงคาแร็กเตอร์มาดเข้มออกมาได้เต็มที่ในห้องที่ขาวบริสุทธิ์กับเก้าแดงสุดหรู


ชั้น 6 เป็นชั้นที่ลูกค้าต้องเข้าก่อนการใช้บริการทุกครั้ง มีโซนสูบบุหรี่อยู่ที่ชั้นนี้เท่านั้น มีล็อคเกอร์เก็บของมีค่า ห้องแต่งตัวแยกชายและหญิง โซนทานอาหารและเครื่องดื่ม กฎระเบียบของที่นี่เคร่งครัดมาก แต่ไม่ว่าที่ไหนๆ ในญี่ปุ่นเค้าก็เคร่งครัด


<!--[endif]-->
ชั้น  8 เป็นธีมสไตล์ห้องต่างๆ ในบ้านยุโรป สีสันในแต่ละห้องจะเน้นความเรียบหรู สวยงามอีกเช่นเคย สังเกตมั้ยว่าไม่เห็นหน้าต่างเลย เพราะที่นี่เค้ามีติดแอร์หมดทุกส่วนจ้า 


กฎระเบียบคร่าวๆ ของ HACOSTADIUM OSAKA
-   อย่างแรกเลยไม่ว่าจะทำอะไรต้องระวังอย่าให้รบกวนลูกค้าท่านอื่น เช่น การส่งเสียงดัง การนำพร็อพที่เป็นอันตรายเข้ามา พวกวัตถุไวไฟ เทียนเอาเข้าได้แต่ห้ามจุด ห้ามนำอาวุธอันตรายต่างๆ เข้ามา สัตว์เลี้ยงก็ห้ามเข้านะจ๊ะ
-   นักเรียนมัธยมต้นจะเข้ามาใช้บริการต้องมาพร้อมกับผู้ปกครองเท่านั้นจ้า
-     ควรทิ้งขยะในที่ๆ จัดเตรียมไว้ให้ ห้ามละเลยเด็ดขาด
-    ห้ามอัดวีดีโอ ห้ามแต่งตัวและถ่ายรูปที่ขัดต่อศีลธรรม ห้ามโพสท่าทางที่อาจทำให้เกิดอันตรายเพราะทางสตูดิโอจะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้นนะจ๊ะ แล้วก็ห้ามถ่ายรูปเพื่อนำไปใช้ทางการค้าแล้วแต่กรณีต้องสอบถามทางสตูดิโอเป็นกรณีไป
-     อุปกรณ์เสริมความงาม เช่น สารเคมี ต่างๆ สเปรย์ฉีดผม, สเปรย์สี, น้ำหอมที่ใช้แต่งตัว ฉีดได้ในห้องแต่งตัวเท่านั้น
-     หากเกินเวลาที่กำหนดก็มีอัตราค่าปรับตามเรทที่ได้กำหนดเอาไว้ประมาณ 500 เยน ต่อ 15 นาที

นี่ก็เป็นกฎคร่าวๆ ที่คิดว่าทุกคนที่ไปใช้บริการไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่ว่ายังมีอีกหลายข้อที่ไม่น่าจะยากลำบากจนเกินไป ถ้าใครสนใจแนะนำให้ศึกษารายละเอียดในเว็บไซต์ให้ดีก่อน จะได้ไปใช้บริการได้อย่างสบายใจ แต่อย่าลืมจองล่วงหน้าก่อน


ข้อมูลทั่วไป HACOSTADIUM  OSAKA
HACOSTADIUM OSAKA นั้นมีมีอัตราค่าบริการดังนี้ ควรจองล่วงหน้าเอาไว้เพราะคิวแน่นใช้ได้เลยล่ะ ยังมีการ์ดstaca เป็นบัตรที่ใช้เข้าไปใช้บริการ ไม่มีบัตรนี้เข้าไม่ได้นะจ๊ะ 
เว็บไซต์: http://hacostadium.com
ที่อยู่ : 23-11-10 Naniwa-ku, Osaka-shi, Osaka TEL : 06-6537-9519


การเดินทาง

- อยู่ใกล้ๆ กับทางออกที่ 3 ของสถานีรถไฟใต้ดิน Daikokucho Station
- มีสถานที่จอดรถแบบหยอดเหรียญอยู่ใกล้ๆ ตึกจ้า จอดได้ประมาณ 50 คัน




HIROSHIMA (ฮิโรชิมะ) นครแห่งสันติภาพ

HIROSHIMA (ฮิโรชิมะ) นครแห่งสันติภาพ


เมืองฮิโรชิมะ เป็นศูนย์กลางการค้าและการคมนาคมเพราะมีรถไฟด่วนพิเศษสายซันโยชินคันเซน (Sanyo Shinkansen) เชื่อมระหว่างภูมิภาคคันไซ จากเมืองโอซะกะ (Osaka) ที่สถานีชินโอซะกะ (ShinOsaka) ไปถึงสถานีฟุคุโอกะ (Fukuoka) บนภูมิภาคคิวชู (Kyushu) ส่งผลให้การท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้สะดวกรวดเร็วน่าเที่ยวยิ่งขึ้น ใจกลางเมืองเป็นย่านธุรกิจ มีร้านค้าเปิดไฟสว่างไสวบนถนนคนเดินที่คึกคักตลอด ชวนให้น่าจับจ่ายซื้อของ นักท่องเที่ยวสามารถแวะชิมอาหารลือชื่อของเมืองนี้ที่เรียกว่า โอโคโนมิยะคิ” (Okonomiyaki) หรือที่เรียกว่าพิซซ่าญี่ปุ่น ซึ่งผัดบนกะทะแผ่นเหล็กร้อน สามารถตักรับประทานจากกะทะเลยได้อร่อยเข้ากับบรรยากาศแบบญี่ปุ่น

ฮิโรชิมะ เป็นจังหวัด 1 ใน 5 บนภูมิภาคจูโกขุ (Chugoku) ตั้งอยู่ในทำเลดีที่สุด บนชายฝั่งทะเลในเซโตะ (Seto Inland Sea)
ทางใต้ อุดมสมบูรณ์ไปด้วยอาหารสดจากทะเล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หอยนางรม และปลาไท (กระพงแดง) ทางแถบท่าเรือฟุคุยะมะ
ทางตะวันออก ติดต่อกับจังหวัดโอคะยะมะ(Okayama)
ทางตะวันตก ติดต่อกับจังหวัดยะมะงุจิ (Yamaguchi) และเกาะมิยะหยิมะ (Miyajima) ซึ่งเป็นที่ตั้งของศาลเจ้าอิจึคุชิมะ (Itsukushima) ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม
ทางเหนือ ติดต่อกับจังหวัดชิมะเนะ (Shimane) เป็นที่ราบสูงใช้เพาะปลูก ทำสวนดอกไม้ สวนผลไม้ต่างๆ เช่น ส้ม บลูเบอร์รี่ และรีสอร์ทเล่นสกี

(A-Bomb Dome)
แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ใกล้เมือง มีหลายแห่ง อาทิ Atomic Dome (Genpaku Dome) หรือ A-Bomb Dome ซึ่งเป็นอาคารทรงโดม ที่เคยโดนระเบิดปรมาณูในวันที่ 6 สิงหาคม 1945 สภาพความเสียหาย ณ ขณะนั้น ยังคงหลงเหลือให้เห็น ปัจจุบันได้กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งสันติภาพอย่างถาวรที่ชาวโลกเรียกร้องให้กลับคืนมาและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม
   
(สวนสันติภาพฮิโรชิมะ)


สวนสันติภาพฮิโรชิมะ เป็นอนุสรณ์แห่งสันติภาพ ภายในสวนมีอนุสาวรีย์ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อขอพรให้เกิดสันติภาพมากมายเช่น อนุสรณ์จารึกชื่อผู้เสียชีวิต และเด็กที่ได้รับผลกระทบจากระเบิดจนเสียชีวิตในครั้งนั้นด้วย บริเวณใกล้เคียงมีพิพิธภัณฑ์สงคราม ที่จัดแสดงภาพถ่ายและสภาพต่างๆ ที่ได้ถูกบันทึกไว้หลังจากถูกทิ้งระเบิดช่วงเกิดสงครามโลกครั้งที่สอง


ปราสาทฮิโรชิมะ (Hiroshima Jyo) ที่ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1599 และได้รับการซ่อมใหม่ในปี ค.ศ. 1958 หลังจากที่ได้รับความเสียหายจากระเบิดปรมาณู ปัจจุบันภายในตัวปราสาทถูกใช้เป็นที่จัดแสดงเอกสารทางประวัติศาสตร์ด้านวัฒนธรรมและการต่อสู้ของนักรบชาวญี่ปุ่น พื้นที่โดยรอบปราสาทเป็นสวนชมดอกดอกซากุระในฤดูใบไม้ผลิที่งามสะพรั่งด้วยดอกดอกซากุระสีขาวปนชมพู
การเดินทาง จากสถานีรถไฟฮิโรชิมะ มีรถรางแล่นเข้ากลางเมือง สามารถแวะลงที่สถานี Genpaku Dome ชมอาคารก่อน จากนั้นจะต่อไปยังสถานีปราสาทฮิโรชิมะก็ได้ โดยใช้บัตรโดยสารรายวันจะสะดวกที่สุด

(ปราสาทฟุคุยะมะโจ)

เมืองฟุคุยะมะ (Fukuyama) ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ เป็นเมืองที่ผสมผสานความทันสมัยของเมืองกับความเก่าแก่ของปราสาทฟุคุยะมะโจ และพิพิธภัณฑ์ฟุคุยะมะโจ อีกทั้งเมืองท่าโทโมโนะอุระที่เคยรุ่งเรืองมาก ปัจจุบันเป็นเมืองท่องเที่ยวริมทะเลในเซโตะที่ยังมีร่องรอยแห่งประวัติศาสตร์ให้ได้เดินชมมากมาย เมืองท่าแห่งนี้มีการจับปลากระพงแดง (ปลาไท) มาตั้งแต่ 370 ปีก่อน ในเดือนพฤษภาคมของทุกปีจะมีการสาธิตการจับปลาไทให้ชมด้วย
การเดินทาง จากสถานี JR Hiroshima โดยสายรถด่วนพิเศษ Sanyo Shinkasen ลงที่สถานี JR Fukuyama ใช้เวลา เพียงครึ่งชั่วโมงเท่านั้น

ทางใต้มีเกาะน้อยใหญ่ที่ถูกเชื่อมด้วยสะพานแขวน10 แห่ง และถนนจักรยานเรียกว่า ชิมะนะมิไคโด

(เกาะมิยะจิมะ)

เมืองฮิโรชิมะจะอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ เป็นเกาะมิยะจิมะ ที่มีภูมิทัศน์งามเป็น 1 ใน 3 แห่งของญี่ปุ่น เกาะนี้มีเสน่ห์ทุกฤดูกาล เที่ยวได้ตลอดปี ในฤดูใบไม้ผลิจะสวยด้วยดอกซากุระ  ฤดูร้อนจะเขียวขจีตัดกับสีแสดของ ศาลเจ้า Itsukushima ที่มีทางเดินไม้บนทะเลรอบตัวศาลเจ้าเป็นเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมในสมัยเฮอัน และประตูโทริอิสีแสดที่ทำจากไม้ของต้นการบูรขนาดใหญ่อายุราว 500 ปี สูง 16 เมตร หนัก 60 ตันตั้งตระหง่านในทะเล เป็นภาพทิวทัศน์ที่สวยงามน่าประทับใจมาก ในฤดูใบไม้ร่วงก็จะมีสีสันสวยสดด้วยใบเมเปิ้ลแดงทั้งเกาะ และฤดูหนาวจะกลายเป็นรีสอร์ทอาบน้ำแร่ที่แสนโรแมนติคริมทะเลในเซโตะ บนเกาะมีถนนมะจิยะและอาคารเก่าแก่ที่ได้รับการปรับเปลี่ยนเป็นร้านค้าขายขนมไข่เมเปิ้ล ซึ่งเป็นของฝากขึ้นชื่อสำหรับนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นตลอดปี
การเดินทาง จากสถานี JR Hiroshima โดยรถไฟสาย JR Miyajimaguchi ลงที่สถานี Miyajimaguchi ใช้เวลา 30 นาที แล้วเดินไปขึ้นเรือข้ามเกาะที่ท่าเรือ JR Ferry ใช้เวลาเพียง10 นาทีเท่านั้น