วันจันทร์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2563

5 อันดับ ขนมขึ้นชื่อ ของเกาะฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น


5 อันดับ ขนมขึ้นชื่อ ของเกาะฮอกไกโด


ฮอกไกโด (Hokkaido) เป็นอีกจังหวัดที่มีชื่อเสียงด้านเกษตรกรรม ที่นี่มีผลผลิตทางการเกษตรหลายชนิด ตั้งแต่นมโคสดที่นำมาแปรรูปเป็นเนยและชีสคุณภาพดี รวมไปถึงมันฝรั่ง แป้งสาลี และถั่วหลากชนิดที่สามารถปลูกได้ผลผลิตดีเช่นกัน บริษัทที่ผลิตขนมหวานนั้นก็มีมากมายหลายแห่ง แต่ละแห่งต่างก็เลือกนำเอาผลผลิตทางการเกษตรท้องถิ่นของจังหวัดไปใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิต ทำให้ขนมหวานที่ได้มีรสชาติและคุณภาพดี จนหลายอย่างโด่งดังเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก สร้างชื่อเสียงให้แก่จังหวัดเป็นอย่างมาก


ขนมแสนอร่อยของเกาะทางตอนเหนือของประเทศญี่ปุ่นอย่างเกาะฮอกไกโด มีมากมายหลายอย่าง แต่ละอย่างล้วนแล้วแต่มีรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ ที่ไม่ว่าหากใครได้ลิ้มลองแล้วจะต้องติดใจ และซื้อกลับไปเป็นของฝากให้กับคนที่ท่านรักด้วยอย่างแน่นอน ซึ่งขนมที่ติด 5 อันดับ ขนมสุดขึ้นชื่อของฮอกไกโดจะมีอะไรบ้างนั้น เราได้จัดอันดับมาให้แล้ว



 อันดับ 5 Marusei Butter Sandwich ขนมปังกรอบนุ่ม ประกบไวท์ครีมช็อกโกแลตหอมฉุย Marusei Butter Sandwich ไส้ตรงกลางมีรสหอมเนย Marusei Butter ซึ่งเป็นเนยที่ผลิตขึ้นครั้งแรกในแถบตะวันออกของฮอกไกโดและแซมด้วยรสอมเปรี้ยวจากลูกเกด ประกบกันแบบแซนด์วิชอยู่ตรงกลางขนมปังนุ่ม ๆ เข้ากันได้ดีสุด ๆ ผลิตโดยบริษัท Rokkatei เมืองโอบิฮิโระ ฮอกไกโด



อันดับ 4 Baumkuchen (เค้กม้วน) หรีอ เค้กขอนไม้ เป็นเค้กสัญชาติยุโรป แต่เป็นสินค้ายอดฮิตของฮอกไกโดด้วยเช่นกัน ที่เรียกว่าเค้กขอนไม้นั้นเพราะรูปร่างมีลักษณะเป็นวงๆ คล้ายวงปีของขอนไม้ ในฮอกไกโดมี Baumkuchen หลายเจ้าดังๆ อย่าง Ryugetsu มีเค้กขอนไม้ชุบช็อกโกแลต Sanporoku ที่ทำจากช็อกโกแลตสองสี เกิดเป็นพื้นผิวเคลือบลายช็อกโกแลตขาวและช็อกโกแลตนมอันเป็นเอกลักษณ์ หรือเค้กยี่ห้อ Shiroi Baum “TSUMUGI” ผลิตโดยเจ้าเดียวกับ Shiroi Koibito ทำจากช็อกโกแลตขาว เน้นหอมนม เนื้อนุ่ม อีกหนึ่งความอร่อยที่ไม่ควรพลาด



อันดับ 3 Cheese Omelette เป็น Soufflé ชนิดหนึ่ง ในตระกูล Catch Cake ซึ่งชื่อนี้ได้จากความตั้งใจของ Snaffle’s ร้านขนมชื่อดังแห่งจังหวัดฮาโกดาเตะ ที่อยากให้ขนมของร้านเป็นที่รู้จักและจับใจลูกค้าเหมือนกับชื่อของมันนั่นเอง เนื้อสัมผัสเบานุ่มจนแทบจะละลายในปากของชีสและเนื้อขนมทำให้ Cheese Omelette นี้ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วจากนักท่องเที่ยว โดยวัตถุดิบในการทำนั้นก็ได้มาจากผลิตผลท้องถิ่นคุณภาพดีบนเกาะ ขนมแต่ละชิ้นที่บรรจงทำขึ้นด้วยมืออย่างละเมียดละไมนั้นจะไม่ผ่านแช่แข็ง ทุกชิ้นทำขึ้นสดใหม่และจะกระจายไปยังร้านตัวแทนจำหน่ายแบบวันต่อวัน ไม่มีการเก็บสินค้าไว้ เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าจะได้ทาน Cheese Omelette รสชาติดีจากต้นตำรับที่แท้จริง


อันดับ 2 Shiroi Koibito ขนมปังกรอบแผ่นบาง ผ่านขั้นตอนการอบจนแผ่นเป็นสีน้ำตาลอ่อน ประกบเข้ากับไส้ช็อกโกแลตขาว (White Chocolate) สูตรเฉพาะสำหรับ Shiroi Koibito เท่านั้น รสชาติก็จะหวานไม่มาก กรุบกรอบ และมีกลิ่นหอมๆ และด้วยความโด่งดังของขนมช็อกโกแลตยี่ห้อนี้ จึงทำให้บริษัท Ishiya ผู้ผลิตถึงกับเปิดสวนชื่อ Shiroi Koibito Park เป็นพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจในเมืองซัปโปโรเลยทีเดียว อีกทั้งยังเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมโรงงานช็อกโกแลตภายใน จนกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเด่นแห่งหนึ่งของฮอกไกโดอีกด้วย



อันดับ 1 Jaga Pokkuru ขนมมันฝรั่งแท่งอบกรอบรสพิเศษจากคาลบี้ ที่คนไทยคุ้นเคยกันดีในฐานะ “ของฝากยอดฮิต” มันฝรั่งแท่ง Jaga Pokkuru นี้มีต้นกำเนิดจากที่ฮอกไกโด โดยมันฝรั่งที่ Jaga Pokkuru เลือกใช้นั้นปลูกอยู่ในฟาร์มที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งบนเกาะ ผ่านกรรมวิธีการผลิตจนกรอบได้ที่ ปรุงรสด้วยเกลือจากทะเลสาบ Saroma ทำให้ได้รสชาติที่กลมกล่อม ชื่อ Jaga Pokkuru นั้นได้มาจากคนแคระชาวไอนุชื่อ Koropokkuru ที่อาศัยอยู่ใต้ใบของต้น Butterbur เขาเป็นคนขี้อายแต่ใจดี และมักจะแบ่งอาหารให้ชาวไอนุโดยการแอบนำไปวางไว้ใกล้บ้านพวกเขาในยามกลางคืน จนชาวบ้านต่างพากันเรียกเขาว่าเทพเจ้าแห่งความสุข มันฝรั่งแท่ง Jaga Pokkuru นั้นก็ได้รับความนิยมและโด่งดังในหมู่นักท่องเที่ยวว่าเป็นสุดยอด ของฝากจากฮอกไกโด จนต้องกระจายสินค้ามาจำหน่ายที่สนามบิน Narita เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้แวะซื้อก่อนกลับบ้าน

CR.www.chillchilljapan.com และ www.dplusguide.com





สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 02-661-9399 หรือ Line: @Eliteholiday







อิมพีเรียล…พระราชวังแห่งกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น


อิมพีเรียล…พระราชวังแห่งกรุงโตเกียว


พระราชวังอิมพีเรียลโตเกียว (Tokyo Imperial Palace) เป็นสถานที่ประทับของจักรพรรดิญี่ปุ่นตลอดจนราชวงศ์อิมพีเรียล เดิมทีที่แห่งนี้เคยเป็นที่ตั้งของปราสาทเอโดะ ซึ่งเป็นที่พำนักของโชกุนโตกุกาวะ (Tokugawa Shogunate) มาก่อน หลังจากที่ระบบโชกุนล่มสลาย ราชวงศ์อิมพีเรียลได้ย้ายที่ประทับจากเมืองเกียวโตมายังโตเกียว และได้สร้างพระราชวังแห่งใหม่ขึ้นบนพื้นที่แห่งนี้จนแล้วเสร็จในปี ค.ศ.1888



ภายในพระราชวังประกอบด้วยพระราชมนเทียรพระตำหนักของพระราชวงศ์ พิพิธภัณฑ์ในพระองค์, สำนักพระราชวัง, และพระราชอุทยานขนาดใหญ่ แต่พระราชวังเดิมถูกระเบิดทำลายลงไปมากในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และต่อมาในปี ค.ศ. 1964 ก็ได้รับการบูรณะ ซึ่งตัวพระราชวังมีขนาดที่ดินทั้งหมด 3.41 ตารางกิโลเมตร ซึ่งในภาวะฟองสบู่อสังหสริมทรัพย์ของญี่ปุ่นในทศวรรษที่ 1980 มูลค่าของพระราชวังโตเกียวนั้นมีมูลค่าสูงมากกว่ามูลค่าอสังหาริมทรัพย์ทั้งหมดในรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐอเมริกาเสียอีก


โดยปกติพระราชวังอิมพีเรียลจะไม่เปิดให้บุคคลภายนอกเข้าชม ยกเว้นในวันที่ 2 มกราคม วันขึ้นปีใหม่ และ 23 ธันวาคม วันคล้ายวันประสูติสมเด็จพระจักรพรรดิองค์ปัจจุบัน ที่พระราชวังแห่งนี้จะเปิดให้ประชาชนได้เข้าชมเพื่อชื่นชมบารมีของสมเด็จพระจักรพรรดิ จุดยอดนิยมที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวของพระราชวังแห่งนี้มีอยู่ 2 ที่ คือ


สะพานนิจูบาชิ (Nijubashi) สะพานเหล็กโค้งคู่ที่เชื่อมระหว่างเขตพระราชวังกับสะพานหิน คนญี่ปุ่นนิยมเรียกสะพานแห่งนี้ว่า ‘เมกะเนบาชิ’ ซึ่งแปลว่า “สะพานแว่นตา” อันเกิดมาจากภาพสะท้อนของสะพานกับบ่อน้ำจนดูเหมือนกับแว่นตา ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการมาชมสะพานแห่งนี้แล้วมองเห็นเป็นแว่นตา คือ วันที่ฟ้าปลอดโปร่ง และมีแดด



Imperial Palace East Garden สวนสาธารณะซึ่งเป็นที่ตั้งเดิมของพระราชวังเอโดะ ที่ในอดีตเคยเป็นปราสาทที่สูงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งใหญ่ในเอโดะ ปีค.ศ.1657 ทำให้ปราสาทแห่งนี้พังทลายลงและเหลือแต่รากฐานให้คนรุ่นหลังได้เห็น รอบๆฐานของปราสาทเป็นสวนสไตล์ญี่ปุ่นที่ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี เปิดให้ผู้คนเข้าชมฟรีตลอดทั้งปี (เปิด/ปิด : 9.00-16.30 น. ปิดวันจันทร์ วันศุกร์และวันหยุดตามประกาศสำนักพระราชวัง)



นอกจากสองสถานที่ท่องเที่ยวในพระราชวังแห่งนี้แล้ว รอบๆของวังยังมีสวนสาธารณะ สุดร่มรื่น คูน้ำและกำแพงหินจุดถ่ายรูปยอดนิยม อนุสาวรีย์ Kusunoki Masashige ซามูไรและขุนนางคนสำคัญในยุคคามาคุระ (ศตวรรษที่ 14) ผู้ได้รับการยกย่องให้เป็นซามูไรตัวอย่างแห่งความจงรักภักดี สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1980 ตั้งอยู่อีกด้วย




หรือ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 02-661-9399 / LINE : @eliteholiday



ขอขอบคุณ เนื้อหา จาก japantravel.com และ ภาพสวยๆจาก flickr.com

นารา…เมืองหลวงเก่าแห่งประเทศญี่ปุ่น


นารา…เมืองหลวงเก่าแห่งประเทศญี่ปุ่น


เมืองนารา (Nara) หรือนะระ

อีกหนึ่งเมืองที่คนนิยมไปเที่ยวกันอยู่ใกล้กับเมืองโอซาก้าและเกียวโต โดยเมืองนาราจะมีชื่อเสียงเพราะมีวัดโบราณอยู่มากมายและที่สำคัญบริเวณแหล่งท่องเที่ยวหลักของเมืองนี้ จะเชื่อมต่อกันด้วยสวนนารา ที่เป็นสวนขนาดใหญ่และมีกวางอาศัยอยู่มากมาย ซึ่งกวางเหล่านี้ส่วนใหญ่จะเป็นมิตรและคุ้นเคยกับคนเป็นอย่างดี ทำให้บริเวณแหล่งท่องเที่ยวเต็มไปด้วยเหล่าฝูงกวางน้อยใหญ่ จนทำให้การให้อาหารกวางถือเป็นอีกไฮไลท์หลักของเมืองนี้ด้วย



สวนกวางนารา (Nara Park)

เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ในเมืองนารา บริเวณสวนนี้เป็นแหล่งรวมที่เที่ยวหลายที่ด้วยกัน เช่น วัดโทไดจิ (Todaiji), ศาลเจ้าคาสุกะ (Kasuga Taisha) และพิพิธภัณฑ์แห่งชาติเมืองนารา (Nara National Museum) ภายในสวนเป็นที่อยู่ของกวางจำนวนมาก เมืองนารานั้นมีกวางเกือบ 1,200 ตัว ซึ่งทำให้กลายเป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองนารา โดยรอบๆสวนจะมีขายอาหารสำหรับกวางอยู่ เรียกว่า ขนมเซนเบ้ เป็นที่ชื่นชอบของกวางเป็นอย่างมาก



วัดที่ดังที่สุดของเมืองนารา ก็คือ วัดโทไดจิ (Todai-ji) เป็นวัดใหญ่ของเมือง

นารา และบริเวณรอบๆนี้ก็เป็นเหมือนจุดศูนย์กลางของการท่องเที่ยวในเมืองนารา ด้านในวิหารหลักจะมีองค์พระประธานที่เป็นพระพุทธรูปไม้แกะสลักเก่าแก่ขนาดใหญ่ รวมไปถึงเทพเฝ้าประตูทั้งหมด มีจุดน่าสนใจในวิหารอีกจุดคือเสาไม้ขนาดใหญ่ด้านหลังพระพุทธรูปที่จะมีรูอยู่ที่พื้นขนาดเท่าคนรอดได้พอดีๆอยู่ต้นหนึ่ง โดยว่ากันว่าใครรอดผ่านได้จะได้รับพรให้โชคดี



ศาลเจ้าแห่งตะเกียง หรือ ศาลเจ้าคาสุกะ(Kasuka Shrine) ที่นี่มีตะเกียงอยู่มากมาย มีทั้งแบบตะเกียงเสาหินที่ตั้งเรียงรายอยู่เต็มศาลเจ้า กับตะเกียงแบบแขวน ที่มีทั้งแบบไม้เก่าๆ และแบบสีทอง ห้อยอยู่ตามระเบียงด้านข้างของอาคารต่างๆ ในศาลเจ้านี้ นอกจากนี้ยังมีร้านขายขนมหลังคาแบบโบราณสุดคลาสสิคของญี่ปุ่นให้ได้แวะชิมขนมญี่ปุ่นอร่อยๆ กันอีกด้วย


วัดโฮริวจิ (Horyuji Temple) เป็นวัดที่สำคัญที่สุดในญี่ปุ่แป็นเพราะวัดไม้ที่มีความสำคัญสวยงามมาก จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก สร้างขึ้นในปี 607 นอกจากนี้วัดแห่งนี้ยังได้รับการกล่าวถึงว่าเป็นสิ่งก่อสร้างด้วยไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในโลกอีกด้วย



ขอขอบคุณ เนื้อหา จาก talonjapan.com และ ภาพสวยๆจาก flickr.com






สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 02-661-9399 หรือ Line: @EliteHoliday

หมู่บ้านยูฟุอิน…กลิ่นอายแห่งศิลปะสไตล์ยุโรป


หมู่บ้านยูฟุอิน…กลิ่นอายแห่งศิลปะสไตล์ยุโรป


หมู่บ้านยูฟุอิน ฟลอร์รัล (Yufuin Floral Village) เป็นหมู่บ้านจำลองสไตล์ยุโรป มีกลิ่นอายยุโรปโบราณ บ้านอิฐที่แสนคลาสสิคเรียงรายอยู่บนถนนสายเล็กๆ ประดับประดาไปด้วยดอกไม้นานาชนิด ถือเป็นไฮไลท์หนึ่งประจำเมืองยูฟุอิน ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ซึ่งเหมาะแก่การเดินเล่นและถ่ายรูป เพราะให้บรรยากาศแบบสบายๆ



ภายในบริเวณประกอบด้วยสวนหย่อม ร้านอาหาร ร้ายขายของที่ระลึก งานประดิษฐ์ที่เป็นเอกลักษณ์ ของเล่น ของสะสมทั้งญี่ปุ่นและต่างประเทศ แต่ละร้านตกแต่งภายในได้ดูดีดึงดูดให้คนเข้ามาเลือกซื้อสินค้า นอกจากนี้ยังมีที่พักเปิดให้บริการอีกด้วย


สุดทางของย่านร้านค้า จะพบกับ ทะเลสาบคินริน (Kinrin Lake) เป็นทะเลสาบขนาดกลาง มีภูเขาเป็นฉากหลัง อีกด้านหนึ่งทำเป็นทางเดิน บริเวณนั้นจะมีร้านอาหารญี่ปุ่น และจากทางเดินริมทะเลสาบสามารถเดินไปยังศาลเจ้าเทนโซ (Tenso Shrine) ซึ่งเป็นศาลเจ้าเล็กๆที่อยู่ริมทะเลสาบ



ยูฟุอิน (Yufuin) เป็นเมืองชนบทเล็กๆ ที่มีทิวทัศน์ที่สวยงามมากโดยเฉพาะช่วงฤดูใบไม้ผลิที่จะมีทั้งดอกซากุระบนต้นไม้ และดอกเรป (Rapeseed) ที่พื้นด้านล่าง พร้อมกับแม่น้ำ และภูเขา และยังสามารถเดินทางมาได้ง่ายๆด้วยรถไฟโดยลงที่สถานีรถไฟ JR Yufuin Station



นอกจากนี้เมืองยูฟุอิน ยังเป็นเมืองออนเซ็น ตากอากาศเล็กๆ ที่สวยงามและมีชื่อเสียงมากเมืองหนึ่งของเกาะคิวชู ตั้งอยู่ในหุบเขาริมแม่น้ำ ตอนกลางค่อนไปทางเหนือของเกาะคิวชู เป็นส่วนหนึ่งของจังหวัดโออิตะ(Oita) และไม่ไกลจากตัวเมืองเบบปุมากนัก มีพิพิธภัณฑ์ศิลปะหลายแห่ง ร้านค้า ร้านอาหารที่ให้บรรยากาศสบายๆ มีวิวทิวทัศน์ที่เป็นยอดเขา 2 ยอดของเทือกเขายูฟุนอกตัวเมืองยังมีทุ่งนาข้าว และฟาร์มเลี้ยงม้าอีกหลายแห่ง จึงเป็นที่นิยมในการแวะมาเดินชมเมืองซักครึ่งวัน หรือหนึ่งวัน



ขอขอบคุณ เนื้อหา จาก talonjapan.com และ ภาพสวยๆจาก flickr.com




สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 02-661-9399 หรือ Line: @EliteHoliday

KINGDOM OF LIGHT…อาณาจักรแสงไฟในฤดูหนาว ประเทศญี่ปุ่น



KINGDOM OF LIGHT…อาณาจักรแสงไฟในฤดูหนาว


Kingdom of Light งานเทศกาลประดับไฟที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ด้วยหลอดไฟกว่า 13 ล้านดวง ในวิวของแสงสีตระการตายามค่ำคืน
บนอาณาจักรแห่งแสงไฟ ประจำฤดูใบไม้ร่วง และฤดูหนาว จัดขึ้นที่ เฮาส์เทนบอช (Huis Ten Bosch) จังหวัดนากาซากิ แกะคิวซู

ตั้งแต่วันที่ 3 พฤศจิกายน 2017 ไปจนถึงวันที่ 6 พฤษภาคม 2018 

“The Kingdom of Lights” อาณาจักรแห่งแสงสว่าง ที่ถนนทั้งงานจะจัดไฟอย่างยิ่งใหญ่เทียบเท่าโตเกียวโดมได้ 33 แห่ง!
โดยการแสดงไฟประดับ “The Kingdom of Lights” ที่ทางเฮาส์เทนบอชจัดขึ้นนี้ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 1
ของการแสดงไฟอิลลูมิเนชั่นทั่วประเทศสาขาสิ่งบันเทิง ถึงสี่ปีซ้อน! โดยในปีนี้มีไฮไลท์มากมาย อาทิ
Skylight Tree – ต้นไม้ประดับไฟ LED สว่างไสวที่มีความสูงกว่า 30 เมตร


Sky Café of Lights - คาเฟ่ลอยฟ้าที่เราสามารถชมวิวด้านล่างได้ผ่านพื้นกระจก


“Palace Huis Ten Bosch Projection Mapping”
การแสดงไฟสุดยิ่งใหญ่ที่มีความยาวถึง 110 เมตรในธีมนิทาน “Snow White”


นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่น่าสนใจอื่นๆอีกมายมาย เช่น ไฟประดับโดยรอบสุดอลังการ, ถนนแห่งร่มสีสันประดับไฟสวยงาม, 
คลองและน้ำตกที่ประดับไฟสีรุ้ง, การแสดงโชว์เล่นไฟผาดโผน ฯลฯ


......

Huis Ten Bosch 

Huis Ten Bosch (อ่านว่า เฮาส์ เทน บอช) เป็นภาษาดัตช์ มีความหมายว่า House In The Forest เป็น Holland-Style Theme Park ตั้งอยู่ในเมืองซาเซโบะ
จังหวัดนางาซากิ ซึ่งในอดีตเมืองที่นางาซากิเป็นเมืองเดียวที่เปิดทำการค้ากับชาวต่างชาติ และชาวดัตช์เองก็มีบทบาททางการค้าอย่างมากในช่วงศตวรรษที่ 16-17
นางาซากิในสมัยนั้นจึงรุ่งเรืองสูงสุดในยุคสมัยเมจิ ช่วงปลายศตวรรษที่ 19


ดังนั้นเพื่อเป็นการแสดงความสัมพันธ์ที่ดี ของทั้งสองประเทศที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน และด้วยแรงสนับสนุน จากรัฐบาลของทัั้งสองฝ่าย จึงทำให้เกิดโครงการสร้างที่แห่งนี้ขึ้น เมื่อ 25 มีนาคม 1992 ในช่วงแรกได้รับความนิยมอย่างมาก แต่ต่อมาด้วยจำนวนคนที่เข้าชมลดลง ทำให้ปิดตัวไปในปี 2003 และ กลับมาดูแลโดยนายทุนรายใหม่ อัดฉีดเงินทำการปรับปรุงครั้งใหญ่ถึง 2 พันล้านเยน ทำให้ที่นี่กลับมามีชีวิต และเปิดให้บริการอีกครั้งในปี 2010




หรือ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 02-661-9399 / LINE : @eliteholiday



ขอขอบคุณ เนื้อหา จาก tiewyeepoon.com, womjapan.com 
และภาพสวยๆจาก english.huistenbosch.co.jp, flickr.com

ฮะมะมัตสึ พาร์ค…สวนดอกไม้สี่ฤดู ประเทศญี่ปุ่น


ฮะมะมัตสึ พาร์ค…สวนดอกไม้สี่ฤดู


สวนดอกไม้ฮะมะมัตสึ(Hamamatsu) สวนดอกไม้ หรือสวนพฤกษศาสตร์ที่บริเวณใกล้กับทะเลสาบฮามานะ สวนสาธารณะที่มีพื้นที่ประมาณ 30,000 ตารางเมตร



สวนดอกไม้แห่งนี้ประกอบด้วยพืชพันธ์ุต่างๆ มากมายถึง 3,000 ชนิด มีอยู่ประมาณ 100,000 ต้นในตามฤดูกาล เช่น ดอกซากุระ ดอกกุหลาบ ดอกไอริสญี่ปุ่น และอื่นๆ ที่แตกต่างกัน ซึ่งสวนดอกไม้แห่งนี้จะทำให้นักท่องเที่ยวได้เพลิดเพลินไปกับบรรยากาศและดอกไม้ตามฤดูกาลสีสันสดใส รวมถึงต้นไม้อันเขียวขจีที่ที่แผ่กิ่งก้านต้อนรับผู้มาเยือนที่นี่กันตลอดทั้งปี



นอกจากนี้ที่นี่ยังมีโรงเรือนกระจกขนาดใหญ่ ที่จัดแสดงดอกไม้ และต้นไม้ต่างๆ ตามฤดูกาล มีการแสดงน้ำพุเป็นที่นิยมในการดึงดูดผู้เข้าชม สวนนี้มีร้านค้า ร้านอาหาร และรถบัสวิ่งในสวนสำหรับการรับชมวิว จึงเหมาะสำหรับครอบครัวที่จะมาเที่ยว และสนุกกับการเล่นในสวนแห่งนี้



สวนดอกไม้ฮะมะมัตสึจะเปิดไฟสว่างในเวลากลางคืน สำหรับผู้เข้าชมสวนตามฤดูกาล โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาว สวนดอกไม้แห่งนี้ จะจัดการแสดงแสงสียามค่ำคืนที่มีเฉพาะในช่วงฤดูหนาวเท่านั้นด้วย คือ การประดับหลอดไฟทั้งหมด 600,000 ดวง ที่จะทำให้ท้องฟ้าในยามค่ำคืนเป็นประกาย การประดับตกแต่งแสงสีและดอกไม้ภายในเรือนกระจก Crystal Palace และการแสดงแสงสีของน้ำพุ ช่วยให้ยามค่ำคืนของสวนดอกไม้นี้มีความงดงามมากยิ่งขึ้น



ขอขอบคุณ เนื้อหา จาก hamamatsu-daisuki.net และ ภาพสวยๆจาก flickr.com






สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 02-661-9399 หรือ Line: @EliteHoliday